ประวัตประวัติและความเป็นมา
.
ประวัติและความเป็นมา: หน้าที่ 1/4

รายละเอียดประวัติและความเป็นมาของ
สหกรณ์ออมทรัพย์พนักงานธนาคารแห่งประเทศไทย จำกัด


       ความจำเป็นในทางเศรษฐกิจ ก็ดุจเดียวกับความจำเป็นอื่นที่ผู้มีความประสงค์
จะออกจากภาวะอันเดือดร้อน ไขว่คว้าหาจุดที่จะมาช่วยบำบัดตอบสนองความต้องการ
ซึ่งสังคมภายในธนาคารแห่งประเทศไทย ก็ไม่ต่างไปจากสังคมอื่นที่มีผู้เดือดร้อน
ทางการเงินเกิดขึ้นเป็นธรรมดา อย่างไรก็ตาม ความที่ธนาคารแห่งประเทศไทย
เป็นสถาบันหลักของประเทศประการหนึ่ง พนักงานของธนาคารเองก็ได้รับการ
หล่อหลอมให้มีจิตสำนึกในการรักษาเกียรติภูมิให้ดำรงไว้อย่างมั่นคงอีกประการหนึ่ง
ดังนั้นแม้เมื่อเกิดความจำเป็นทางการเงินขึ้นมา การที่จะไปเสาะแสวงหานายทุน
ผู้ให้เงินกู้จากภายนอกก็ดูจะไม่เหมาะควร ดังนั้นในปี 2503 นายสงัด ภมรานนท์
ซึ่งเคยเป็นครูมาก่อนจึงได้คิดก่อตั้ง "กองทุน" ขึ้นเพื่อช่วยบรรเทาความต้องการ
ทางการเงินของเพื่อนพนักงาน และเพื่อเกื้อกูลมิให้พนักงานต้องบากหน้าไปเสาะหา
เงินกู้จากบุคคลอื่นนอกธนาคาร ความที่นายสงัดเคยเป็นครูมาก่อน พนักงานธนาคาร
ต่างก็เรียกคุณสงัดว่า "ครู" อยู่แล้ว ดังนั้นกองทุนที่คุณสงัดตั้งขึ้นมาจึงเรียกว่า
"กองทุนครูหงัด" อันเป็นชื่อติดปากพนักงานอยู่นานแสนนาน


      การดำเนินการของกองทุนมีลักษณะใกล้กับหลักการของสหกรณ์ออมทรัพย์ กล่าวคือ
มีการเรียกเก็บเงินค่าหุ้นจากสมาชิกเป็นรายเดือน สิ้นปีมีการปิดงบบัญชีแล้วจ่าย
เงินปันผลแก่สมาชิก ตามจำนวนเงินค่าหุ้นที่ได้เรียกเก็บแล้ว มีการรับฝากเงิน
ในลักษณะประจำ นอกเหนือจากการออมโดยวิธีลงหุ้น โดยมีค่าตอบแทนเป็นดอกเบี้ย
เงินฝากประจำ เม็ดเงินที่ระดมมาได้จากการเรียกเก็บค่าหุ้นและเงินฝากก็ให้บริการ
เป็นเงินกู้แก่สมาชิกในอัตราดอกเบี้ยถูกกว่าท้องตลาด คือ ต่ำกว่าตลาดเงินนอกระบบ
มากราว 4 - 9 เท่าตัว และต่ำกว่าการกู้ยืมเงินสถาบันการเงินในระบบพอสมควร เงื่อนไขการให้กู้ยืมก็เป็นไปในลักษณะผ่อนคลาย มีความคล่องตัวในการใช้บริการมาก
รายได้จากดอกเบี้ยเงินกู้ที่ได้รับจากการใช้บริการของสมาชิกจำนวนทั้งหมด หรือ
เกือบทั้งหมด ได้คืนกลับสู่สมาชิกในรูปเงินปันผลตามมูลค่าหุ้นเรียกเก็บได้
(แต่ไม่มีเงินเฉลี่ยคืนแก่ผู้กู้ เช่น สหกรณ์ออมทรัพย์ เงินเฉลี่ยคืนนับว่าเป็น
จุดเด่นอันหนึ่งของระบบสหกรณ์)

ไปหน้าที่ : 2